App.skipToContent

What are you looking for?

ะดับความพร้อมในการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ | ผลสำรวจอนามัยโพล

Department of Health Provides latest news and useful information for you.

08.09.2025
458
0
Share
08
September
2025

 

         จากผลการสำรวจอนามัยโพล เรื่อง “ระดับความพร้อมในการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์” ในกลุ่มเป้าหมาย เพศหญิง ที่มีอายุ 19-49 ปี มีผู้ตอบจำนวน 404 คน พบว่า มีอายุเฉลี่ย 34.2 ปี ปัจจุบันมีสถานภาพสมรส หรือมีคู่ ร้อยละ 67 ในขณะที่โสด ร้อยละ 29 และเมื่อถามถึงความต้องการใช้ชีวิตคู่ พบว่าส่วนใหญ่ต้องการมีคู่ถึงร้อยละ 88 อย่างไรก็ตามมีผู้ที่ต้องการเป็นโสด ที่ร้อยละ 12 ในภาพรวมเมื่อถามถึงความต้องการมีบุตรพบว่า ต้องการมีบุตรร้อยละ 63 และกำลังตั้งครรภ์ร้อยละ 8 ในขณะที่ ไม่ต้องการมีบุตรที่ร้อยละ 29 ทั้งนี้ผู้ตอบให้ความเห็นถึงสวัสดิการที่สามารถจูงใจให้ตัดสินใจมีบุตรได้มากที่สุดคือ เพิ่มเงินอุดหนุนในการเลี้ยงดูบุตรให้เป็นแบบถ้วนหน้า รองลงมาคือ เพิ่มจำนวนวันลาคลอดได้เป็น 180 วัน โดยได้รับเงินเดือนเต็ม รวมทั้งมีข้อเสนอเพิ่มเติมถึง สิทธิข้าราชการที่ควรเบิกค่าทำ ICSI / IVF ได้ 50-70%  หรือมีสิทธิการรักษาผู้มีบุตรยากฟรีสำหรับผู้ทีเคยใช้วิธี  IUI/ICSI แล้วแต่ยังไม่ตั้งครรภ์

ระดับความพร้อมในการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์

      จากผลการสำรวจ นำมาวิเคราะห์ถึงระดับความพร้อมในการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความรู้ในการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ 2) ทัศนคติ และ 3)  ความรอบรู้ โดยมีผลการสำรวจแยกรายองค์ประกอบ ดังนี้

พบว่าผู้ตอบ “มีความรู้ในระดับเพียงพอ” เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ที่ร้อยละ 53 โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมเสี่ยง โรคประจำตัว และการออกกำลังกาย แต่อย่างไรก็ตามพบว่าเรื่องที่ยังมีความรู้ความเข้าใจน้อยอยู่ ได้แก่ เรื่องอายุแม่ น้ำหนักตัว น้ำตาลในเลือด และการติดเชื้อบางโรค เป็นต้น

      เมื่อถามเกี่ยวกับทัศนคติในการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ผู้ตอบส่วนใหญ่มี “ทัศนคติในเชิงบวก” ถึงร้อยละ 86 และระดับกลางที่ร้อยละ 14 ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ในรายประเด็นพบว่า ผู้ตอบให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการปรับพฤติกรรมเสี่ยง โดยประเด็นที่ระบุว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง 3 อันดับแรก ได้แก่ การที่ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตหรือใช้สารเสพติด ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ควรปรับพฤติกรรมก่อนตั้งครรภ์ รองลงมาคือ เรื่องการตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์ และการที่ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ ตามลำดับ

      เรื่องความรอบรู้ในการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ โดยพิจารณาจากการเข้าถึงข้อมูลและการซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ พบว่า ผู้ตอบมี “ความรอบรู้ในระดับเพียงพอ” ที่ ร้อยละ 89 ในขณะที่มีความรอบรู้ จัดอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอ ร้อยละ 11  เมื่อแยกเฉพาะด้านการเข้าถึงข้อมูลการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและง่ายมาก โดยเฉพาะการหาข้อมูลการกินอาหารเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ หาข้อมูลการลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ และข้อมูลการออกกำลังกาย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ตามลำดับ ด้านการซักถามข้อสงสัยกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบว่าผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่าสามารถสอบถามได้อย่างง่ายและง่ายมากเช่นกัน โดยถามถึงเรื่องการดูแลรักษาตัวเองเพื่อให้ตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย รองลงมาคือ เรื่องโรคประจำตัวและผลต่อการตั้งครรภ์ และการถามเรื่องการวางแผนครอบครัวและการปรับพฤติกรรมเพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ให้มีคุณภาพ ตามลำดับ

ข้อเสนอจากผลการสำรวจ

      จากผลการสำรวจอนามัยโพล มีข้อเสนอให้สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ นำผลสำรวจอนามัยโพลไปเป็นข้อมูลประกอบเพื่อการวางแผนในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ดังนี้

  1. การสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ควรมีการพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารสุขภาพที่ชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย โดยมุ่งเน้นประเด็นที่ประชาชนยังมีความรู้ไม่เพียงพอ ได้แก่ ความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ในอายุน้อยกว่า 20 ปี การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ภาวะโรคติดเชื้อ (เช่น เอชไอวี และซิฟิลิส) รวมถึงโภชนาการที่ถูกต้องก่อนตั้งครรภ์ โดยใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย ทั้งสื่อดิจิทัล เครือข่ายบุคลากรสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงและทันสมัย
  2. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านบริการ ให้คำปรึกษาและการปรับพฤติกรรมเสี่ยง พัฒนาคลินิกปรึกษาก่อนตั้งครรภ์ในหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับ โดยบูรณาการการทำงานของบุคลากรด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ โภชนาการ และสุขภาพจิต เพื่อให้คำแนะนำเชิงรุกแก่หญิงวัยเจริญพันธุ์และคู่สมรส นอกจากนี้ตามที่ผลโพลพบว่ามีข้อคิดเห็นจากผู้ตอบที่ต้องการสวัสดิการที่อยากให้รัฐสนับสนุนเพื่อจูงใจให้ตัดสินใจมีบุตร ควรนำประเด็นดังกล่าวมาพัฒนาโครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพบริการและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพแม่และเด็กในระยะยาว
  3. การติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยนำข้อมูลจากการสำรวจอนามัยโพล ไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ความต้องการใช้ชีวิตคู่ ความต้องการมีบุตร และศึกษาวิจัยถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความรู้ ทัศนคติ และความรอบรู้ด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ หรือพัฒนาดัชนีชี้วัดเพื่อบอกถึงระดับความพร้อมในการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการกำกับติดตามและประเมินผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์ในระยะต่อไป

 

โดย คณะทำงานขับเคลื่อนอนามัยโพล ปีงบประมาณ 2568

สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ และกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ

31 สิงหาคม 2568

 

 

  Writer
 
  เบญจวรรณ ธวัชสุภา
   

 

  Editor
 
  สุนิษา มะลิวัลย์

 

   
  Graphic
 
  วิษณุ ศรีวิไล
 

มนุษย์ผู้เชื่อวันพีซมีจริง

 

 

 

 

 

 

Related Files

ผล Poll เตรียมพร้อมตั้งครรภ์ 68 5-9-68.pdf
File size 418KB
Download 9 times
Download
Report broken file

Related News

Department of Health
Ministry
of Health