ลิ่น ควัน กัญชา บุหรี่ :สิทธิหน้าที่ในการอยู่ร่วมกัน | ผลสำรวจอนามัยโพล
กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
ภัทราภรณ์ พวงศรี
จากผลอนามัยโพล เรื่อง “กลิ่น ควัน กัญชา บุหรี่ :สิทธิหน้าที่ในการอยู่ร่วมกัน” ระหว่างวันที่ 6 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2568 มีผู้ตอบ จำนวน 5,072 คน พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่เคยพบเห็นปัญหากลิ่นควันจากกัญชา/บุหรี่ โดยเฉพาะจากกลุ่มวัยรุ่น คิดเป็นร้อยละ 54.17 รองลงมาคือในพื้นที่บ้านพักอาศัย ร้อยละ 31.27 และพื้นที่หรือทางสาธารณะ เช่น ป้ายรถประจำทางหรือสวนสาธารณะ ร้อยละ 30.27 ตามลำดับ นอกจากนี้ ผู้ตอบส่วนใหญ่ร้อยละ 61.55 ระบุว่ารู้และเข้าใจว่ากลิ่นควันกัญชา/บุหรี่ถือเป็นเหตุรำคาญตามกฎหมาย ขณะที่ร้อยละ 34.74 รู้แต่ยังไม่แน่ใจในรายละเอียด และอีกร้อยละ 3.71 ไม่ทราบข้อมูลดังกล่าวเลย
เมื่อสอบถามถึงการดำเนินการเมื่อพบกลิ่นควันที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญ พบว่าผู้ตอบส่วนใหญ่เลือกแจ้งหน่วยงานในสังกัดกรมอนามัยเป็นลำดับแรก คิดเป็นร้อยละ 32.24 รองลงมาคือไม่รู้ว่าต้องแจ้งหน่วยงานใด ร้อยละ 30.07 และแจ้งสถานีตำรวจ ร้อยละ 29.57 อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ยังไม่เคยแจ้งปัญหา คิดเป็นร้อยละ 77.90 ขณะที่ร้อยละ 7.73 ระบุว่าเคยแจ้งแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และร้อยละ 6.57 ระบุว่าเคยแจ้งและได้รับการแก้ไขแล้ว
สำหรับแนวทางในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ต้องการรณรงค์ให้คนรอบข้างเคารพสิทธิของผู้อื่น โดยไม่สูบในที่สาธารณะหรือในสถานที่ที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ เช่น คอนโดมิเนียม หอพัก หรือสถานประกอบกิจการต่าง ๆ คิดเป็นร้อยละ 61.40 ขณะเดียวกัน ร้อยละ 40.99 ต้องการให้มีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากกลิ่นควันกัญชา/บุหรี่ และอีกร้อยละ 34.94 เห็นว่าควรร่วมตั้งกติกาภายในชุมชนหรือหมู่บ้านเพื่อร่วมกันป้องกันและลดปัญหา
ข้อเสนอจากผลการสำรวจ
จากผลสำรวจ "อนามัยโพล" เรื่อง "กลิ่นควันกัญชา บุหรี่: สิทธิหน้าที่ในการอยู่ร่วมกัน" ที่พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องกลิ่นควัน และยังขาดความเข้าใจในเรื่องกฎหมายและช่องทางการแจ้งปัญหาอย่างชัดเจน จึงขอเสนอแนวทางในการดำเนินงานต่อกรมอนามัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลอนามัยโพลไปใช้ประโยชน์ ดังนี้
- สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง "เหตุรำคาญ"
- เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ : ควรมีการรณรงค์อย่างจริงจังผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น สื่อออนไลน์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ากลิ่นควันกัญชา/บุหรี่ในสถานที่ต่างๆ สามารถเข้าข่ายเป็น "เหตุรำคาญ" ตามกฎหมายได้ และอธิบายถึงรายละเอียดของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
- จัดกิจกรรมให้ความรู้ : ควรมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของกลิ่นควันและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชุมชนและสถานศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการเคารพสิทธิของผู้อื่น
- พัฒนาช่องทางการร้องเรียนให้มีประสิทธิภาพ
- สร้างช่องทางที่เข้าถึงง่ายและชัดเจน : จากผลสำรวจที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าต้องแจ้งที่ใด กรมอนามัยควรพัฒนาช่องทางการร้องเรียนที่ง่าย สะดวก และเป็นที่รู้จัก เช่น การตั้ง "สายด่วน" เฉพาะสำหรับเรื่องเหตุรำคาญจากกลิ่นควัน หรือการใช้แอปพลิเคชันเพื่อการร้องเรียนโดยตรง
- ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น : กรมอนามัยควรประสานงานกับหน่วยงานในท้องถิ่น เช่น อบต. หรือเทศบาล เพื่อให้เป็นจุดรับเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นและสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
- สนับสนุนการตั้งกติกาในชุมชน : กรมอนามัยควรสนับสนุนและให้คำแนะนำในการจัดทำ "กติกาภายในชุมชน" หรือหมู่บ้าน เพื่อให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหากลิ่นควันร่วมกัน
- สร้างผู้นำชุมชนเพื่อการรณรงค์ : ควรมีการอบรมให้ความรู้แก่ผู้นำชุมชน เพื่อให้สามารถเป็นแกนนำในการรณรงค์และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องภายในชุมชนของตนเอง
โดย คณะทำงานขับเคลื่อนอนามัยโพล ปีงบประมาณ 2568
กองกฎหมาย กรมอนามัย และกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
5 สิงหาคม 2568
| Writer | |
![]() |
|
| ภัทราภรณ์ พวงศรี | |
| Editor | |
![]() ![]() |
|
| สุนิษา มะลิวัลย์ |
| Executive Editor | |
![]() |
|
| เบญจวรรณ ธวัชสุภา |
| Graphic | |
![]() |
|
| วิษณุ ศรีวิไล | |
|
มนุษย์ผู้เชื่อวันพีซมีจริง |
| สรุปผลอนามัยโพล ควัน กัญชา6-8-68.pdf |
ขนาดไฟล์ 261KB
ดาวน์โหลด 1 ครั้ง
|
ดาวน์โหลด
แจ้งไฟล์เสีย |




