กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ

สุนิษา มะลิวัลย์
กรมอนามัย โดยกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพร่วมกับกองอนามัยฉุกเฉิน กรมอนามัย ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่มีการจัดตั้งขึ้นในพื้นที่ประสบภัยจากสาธารณภัย ภาวะฉุกเฉิน หรือภัยพิบัติ รวมทั้งความต้องการสิ่งสนับสนุนและข้อเสนอแนะต่อการเตรียมความพร้อมในศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนปรับปรุง และเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราวด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยสำรวจระหว่าง 1 – 30 พฤศจิกายน 2568 มีผู้ตอบรวม 497 คน สรุปผลการสำรวจ ดังนี้
ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์สาธารณภัย ภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ ร้อยละ 68.41 และเคย ร้อยละ 31.59 ทั้งนี้ เมื่อถามถึงกรณีหากเกิดภัย การตัดสินใจจะอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางภาครัฐจัดไว้ให้ ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่าขึ้นอยู่กับสถาณการณ์ ร้อยละ 79.28 รองลงมาคือ ไปแน่นอน ร้อยละ 18.71 และ ไม่ไป ร้อยละ 2.01 ตามลำดับ โดยสิ่งที่สำคัญที่ช่วยให้ตัดสินใจไปศูนย์พักพิง มากที่สุดคือความรุนแรงของภัย ร้อยละ 54.33 รองลงมาคือ ความปลอดภัยของศูนย์พักพิง ร้อยละ 48.09 และอยู่บ้านแล้วไม่ปลอดภัย ร้อยละ 47.69 โดยผู้ตอบส่วนใหญ่ มีความเห็นว่าศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ดีต้องมี ห้องน้ำ ห้องส้วมสะอาด เพียงพอ ปลอดภัย ร้อยละ 54.73 รองลงมาคือ มีการดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ร้อยละ 47.48 และมีเจ้าหน้าที่ดูแลดูความปลอดภัย ร้อยละ 41.85 ตามลำดับ
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงการสื่อสารในศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ตอบส่วนใหญ่เสนอว่าควรมีการสื่อสารด้วยเสียง ประกาศโดยใช้ลำโพงหรือเครื่องขยายเสียง ร้อยละ 68.21 รองลงมาคือ สื่อสารผ่านเจ้าหน้าที่โดยตรง ร้อยละ 55.53 และสื่สอารทางสื่อออนไลน์ เช่น อินโฟกราฟิก คลิปวีดีโอ ร้อยละ 29.78 ตามลำดับ
1. การวางแผนและกำหนดมาตรการ จากผลอนามัยโพลที่พบว่า การตัดสินใจอพยพไปศูนย์พักพิงขึ้นอยู่กับสถานการณ์เป็นหลัก และให้ความสำคัญต่อความรุนแรงของภัย รวมถึงความปลอดภัยของศูนย์พักพิง ดังนั้นกรมอนามัย ควรวางแผนเพื่อกำหนดมาตรการรองรับการอพยบกรณีที่มีภัยต่างๆ ตามระดับความรุนแรงของภัย พร้อมจัดทำเกณฑ์มาตรฐานศูนย์พักพิง โดยให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย สุขอนามัย การดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และบริการพื้นฐาน เพื่อลดความเสี่ยงและเสริมความเชื่อมั่นของประชาชนในการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
2. ด้านการกำกับติดตามในระดับพื้นที่ จากผลอนามัยโพลที่พบว่าสิ่งสำคัญของศูนย์พักพิงที่ดี คือ มีห้องน้ำสะอาดปลอดภัย การดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และการมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย หน่วยงานระดับพื้นที่ควรจัดระบบกำกับติดตามสภาพศูนย์พักพิงอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดกรอบตรวจประเมินที่ให้ความสำคํญในประเด็นดังกล่าว เช่น ด้านโครงสร้าง ด้านสุขอนามัย น้ำดื่ม–น้ำใช้ และความพร้อมของทีมดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมรายงานผลตามระบบบัญชาการเหตุการณ์ เพื่อให้การพัฒนาศูนย์พักพิงสอดคล้องกับความต้องการจริง
3. ด้านการสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ จากผลอนามัยโพล พบว่ารูปแบบการสื่อสารในศูนย์พักพิงที่ผู้ตอบอยากให้มีคือ การสื่อสารด้วยเสียงประกาศ การสื่อสารผ่านเจ้าหน้าที่โดยตรง และสื่อสารทางออนไลน์ ดังนั้นกรมอนามัยควรพัฒนารูปแบบสื่อสำหรับการสื่อสารในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ครอบคลุมทั้งสื่อเสียง เจ้าหน้าที่ภาคสนาม และสื่อดิจิทัลเพื่อให้ข้อมูลสำคัญเข้าถึงทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสื่อ พร้อมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความตื่นตระหนกและสร้างความมั่นใจในศูนย์พักพิง
ผู้ตอบส่วนใหญ่ ตอบว่าไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์สาธารณภัย ภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ ร้อยละ 68.41 และเคย ร้อยละ 31.59 รายละเอียดดังตารางที่ 1
|
อันดับ |
ประเด็น |
จำนวน |
ร้อยละ |
|
1 |
ไม่เคย |
340 |
68.41 |
|
2 |
เคย |
157 |
31.59 |
ผู้ตอบส่วนใหญ่ ตอบว่า การตัดสินใจจะอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางภาครัฐจัดไว้ให้นั้น ขึ้นอยู่กับ สถานการณ์ ร้อยละ 79.28 รองลงมาคือ ไป ร้อยละ 18.71 และไม่ไป ร้อยละ 2.01 รายละเอียดดังตารางที่ 2
|
อันดับ |
ประเด็น |
จำนวน |
ร้อยละ |
|
1 |
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ |
394 |
79.28 |
|
2 |
ไป |
93 |
18.71 |
|
3 |
ไม่ไป |
10 |
2.01 |
ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่คิดว่าสิ่งที่สำคัญที่ช่วยให้ตัดสินใจไปศูนย์พักพิง มากที่สุดคือ ความรุนแรงของภัย ร้อยละ 54.33 รองลงมาคือ ความปลอดภัยของศูนย์พักพิง ร้อยละ 48.09 และอยู่บ้านแล้วไม่ปลอดภัย ร้อยละ 47.69 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 3
|
อันดับ |
ประเด็น |
ร้อยละ |
|
1 |
ความรุนแรงของภัย |
54.33 |
|
2 |
ความปลอดภัยของศูนย์พักพิง |
48.09 |
|
3 |
อยู่บ้านแล้วไม่ปลอดภัย |
47.69 |
|
4 |
เจ้าหน้าที่ดูแล และมียารักษาโรค |
40.24 |
|
5 |
ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียงในบ้าน |
35.81 |
|
6 |
น้ำ ไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตใช้งานได้ |
25.55 |
|
7 |
อาหารและน้ำดื่ม ไม่สะอาดและไม่เพียงพอ |
20.52 |
|
8 |
ห้องน้ำ ห้องส้วม ไม่สะอาดและไม่เพียงพอ |
17.70 |
|
9 |
ที่นอน หมอนมุ้ง ให้บริการ |
10.64 |
ผู้ตอบส่วนใหญ่ คิดว่าสิ่งสำคัญของศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ดี ต้องมีห้องน้ำ ห้องส้วมสะอาด เพียงพอ ปลอดภัย ร้อยละ 54.73 รองลงมาคือ มีการดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ร้อยละ 47.48 และมีเจ้าหน้าที่ดูแลดูความปลอดภัย ร้อยละ 41.85 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 4
|
อันดับ |
ประเด็น |
ร้อยละ |
|
1 |
ห้องน้ำ ห้องส้วมสะอาด เพียงพอ ปลอดภัย |
54.73 |
|
2 |
มีการดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง |
47.48 |
|
3 |
มีเจ้าหน้าที่ดูแลดูความปลอดภัย |
41.85 |
|
4 |
น้ำดื่มสะอาด ได้มาตรฐาน |
29.18 |
|
5 |
มีอาหารปรุงสุกใหม่ สะอาดทุกมื้อ |
21.53 |
|
6 |
มีการแบ่งพื้นที่ภายในอาคารที่ชัดเจนและเหมาะสม |
18.51 |
|
7 |
มีพาหนะไป รับ–ส่ง จากบ้าน |
15.09 |
|
8 |
เป็นอาคารที่มีโครงสร้างมั่นแรง |
14.89 |
|
9 |
มีที่นอน หมอน มุ้งเพียงพอ |
14.29 |
|
10 |
น้ำใช้สะอาด เพียงพอ และเติมคลอรีนฆ่าเชื้อโรค |
13.48 |
|
11 |
มีเครื่องปรับอากาศ พัดลม |
5.63 |
|
12 |
มีโทรทัศน์ วิทยุ หรือเพลงช่วยคลาย |
5.84 |
|
13 |
ไม่มีมีกลิ่นเหม็นรบกวน |
6.04 |
|
14 |
มีจุดล้างมือ พร้อมสบู่และน้ำสะอาด |
4.83 |
|
15 |
มีเครื่องระบายอากาศ |
3.62 |
|
16 |
มีเครื่องฟอกอากาศ |
3.02 |
จากผลการสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่อยากให้มีการสื่อสารโดยใช้เสียงประกาศ ด้วยลำโพงหรือเครื่องขยายเสียง ร้อยละ 68.21 รองลงมาคือ สื่อสารผ่านเจ้าหน้าที่โดยตรง ร้อยละ 55.53 และสื่อสารทางสื่อออนไลน์ ด้วย อินโฟกราฟิก คลิปวีดีโอ ร้อยละ 29.78 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 5
|
อันดับ |
ประเด็น |
ร้อยละ |
|
1 |
เสียง ประกาศโดยใช้ลำโพง หรือเครื่องขยายเสียง |
68.21 |
|
2 |
ผ่านเจ้าหน้าที่โดยตรง |
55.53 |
|
3 |
สื่อออนไลน์ เช่น อินโฟกราฟิก คลิปวีดีโอ |
29.78 |
|
4 |
สิงพิมพ์ คู่มือประชาชน คู่มือวิชาการ แผ่นพับ |
23.94 |
|
5 |
ประกาศ/หนังสือแจ้งภายใน |
23.34 |
|
6 |
อื่น ๆ |
1.61 |
ผู้ตอบแบบสำรวจ 479 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 85.51 ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 45-59 ปี
ร้อยละ 41.45 รองลงมาคือ 25-44 ปี ร้อยละ 28.57 และอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 27.16 ตามลำดับ มีอาชีพ รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ/พนักงานของรัฐ/ลูกจ้างรัฐ ร้อยละ 37.63 รองลงมาคือ แม่บ้าน/พ่อบ้าน ร้อยละ 17.71 ว่างงาน/ระหว่างรองาน ร้อยละ 10.06 ตามลำดับ เป็นผู้ที่อาศัยอยู่พื้นที่การดูแลของเทศบาลตำบล ร้อยละ 32.80 รองลงมาคือ เขตการปกครองรูปแบบพิเศษ (กทม./พัทยา) ร้อยละ 25.55 และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร้อยละ 19.92 ตามลำดับ
|
ข้อมูลทั่วไป |
จำนวนผู้ตอบ |
ร้อยละ |
|
เพศ |
||
|
หญิง |
425 |
85.51 |
|
ชาย |
67 |
13.48 |
|
LGBTQIAN+ |
5 |
1.01 |
|
อายุ |
||
|
ต่ำกว่า 15 ปี |
1 |
0.20 |
|
15 - 24 ปี |
13 |
2.62 |
|
25 - 44 ปี |
142 |
28.57 |
|
45 - 59 ปี |
206 |
41.45 |
|
60 ปี ขึ้นไป |
135 |
27.16 |
|
อาชีพ |
||
|
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ/พนักงานราชการ |
187 |
37.63 |
|
แม่บ้าน/พ่อบ้าน |
88 |
17.71 |
|
ว่างงาน/ระหว่างรองาน |
50 |
10.06 |
|
ธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย/อาชีพอิสระ |
39 |
7.85 |
|
เกษียณอายุราชการ |
37 |
7.44 |
|
ลูกจ้างบริษัทเอกชน/ลูกจ้างเอกชน |
23 |
4.63 |
|
อสม. |
49 |
9.86 |
|
รับจ้างทั่วไป |
14 |
2.82 |
|
นักเรียน/นักศึกษา |
6 |
1.21 |
|
อิสระ |
1 |
0.20 |
|
เขตการปกครอง |
||
|
เขตการปกครองรูปแบบพิเศษ (กทม./พัทยา) |
127 |
25.55 |
|
เทศบาลตำบล |
163 |
32.80 |
|
เทศบาลนคร |
26 |
5.23 |
|
เทศบาลเมือง |
82 |
16.50 |
|
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) |
99 |
19.92 |
โดย คณะทำงานขับเคลื่อนอนามัยโพล ปีงบประมาณ 2569
กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กองอนามัยฉุกเฉิน กรมอนามัย
1 ธันวาคม 2568
| Writer | |
![]() ![]() |
|
| สุนิษา มะลิวัลย์ |
| Admin | |
![]() ![]() |
|
| ภัทราภรณ์ พวงศรี |
| Executive Editor | |
![]() |
|
| เบญจวรรณ ธวัชสุภา |
| Graphic & Content Creater | |
![]() |
|
| วิษณุ ศรีวิไล | |
|
มนุษย์ผู้เชื่อวันพีซมีจริง |
ขอบคุณภาพข่าวจากไทยรัฐ
| 2568 12 05 สรุปการสำรวจ Anamai poll พักพิง.pdf |
ขนาดไฟล์ 204KB
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
|
ดาวน์โหลด
แจ้งไฟล์เสีย |