App.skipToContent

คุณกำลังมองหาอะไร?

กา

การมีคู่และแนวคิดการมีลูกในยุคปัจจุบัน | ผลสำรวจอนามัยโพล มกราคม 2569

กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ

01.02.2569
272
1
แชร์
01
กุมภาพันธ์
2569

ภัทราภรณ์ พวงศรี

 

          กรมอนามัยได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานะความสัมพันธ์และแนวคิดในการมีลูกระหว่างวันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 840 คน ผลสำรวจมีข้อสรุปดังนี้:

          ผลอนามัยโพล พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่าโสด (ร้อยละ 39.4) รองลงมาคือ แต่งงานหรืออยู่ด้วยกัน (ร้อยละ 38.5) และมีคู่ (ร้อยละ 15.8) ขณะที่มีผู้ตอบที่อยู่ในสถานะแยกทางและหม้ายในสัดส่วนที่ต่ำกว่าคือ แยกทาง (ร้อยละ 4.2) และหม้าย (ร้อยละ 2.1) ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงสถานภาพความสัมพันธ์ครอบครัวในสังคมไทยปัจจุบัน ทั้งในกลุ่มที่ใช้ชีวิตลำพังและกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ

          เมื่อพิจารณามุมมองต่อความหมายของคำว่า “ครอบครัว” พบว่า การมีคู่ที่เข้าใจกัน เป็นคำตอบที่ได้รับการเลือกมากที่สุด (ร้อยละ 39.4) เห็นว่าความเข้าใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ รองลงมาคือ การมีลูกและเติบโตไปด้วยกัน (ร้อยละ 27.1) และการดูแลพ่อแม่หรือครอบครัวเดิม (ร้อยละ 24.8) ขณะที่มีผู้ที่ระบุว่า อยู่กับคู่โดยไม่จำเป็นต้องมีลูก ร้อยละ 7.7

ในประเด็นความต้องการมีลูก พบว่ากลุ่มผู้มีลูกแล้ว เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนสูงที่สุด (ร้อยละ 40.7) ความคิดที่ ไม่อยากมีลูก (ร้อยละ 23.8) หรือยังไม่อยากมีลูกในขณะนี้ (ร้อยละ 15.9) มีสัดส่วนรองลงมา ซึ่งอาจสะท้อนถึงการตัดสินใจมีลูกในบริบทสังคมปัจจุบันที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยกลุ่มที่อยากมีลูก (ร้อยละ 13.8) และยังคิดอยู่หรือไม่แน่ใจ (ร้อยละ 5.7) แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนหรือความกังวลในการตัดสินใจมีลูกในอนาคต  

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างครอบครัวหรือมีลูกที่ผู้ตอบให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ เงินหรือความมั่นคงทางการเงิน (ร้อยละ 30.0) รองลงมาคือ งานและเป้าหมายชีวิต (ร้อยละ 28.5) และสุขภาพ (ร้อยละ 22.0) ตามลำดับ ขณะที่ความมั่นคงของความรัก มีความสำคัญในสัดส่วนร้อยละ 15.9 และการสนับสนุนจากสังคม มีความสำคัญน้อยที่สุด ร้อยละ 3.6

           นอกจากนี้ บริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นสิ่งที่ผู้ตอบต้องการให้สังคมไทยให้ความสำคัญมากที่สุด (ร้อยละ 37.5) รองลงมาคือ สวัสดิการด้านครอบครัวและการมีลูก (ร้อยละ 25.1) และงานหรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการมีครอบครัว (ร้อยละ 23.8) ตามลำดับ ขณะที่การยอมรับความหลากหลายของรูปแบบครอบครัว มีความสำคัญ ร้อยละ 13.5 และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต มีสัดส่วนต่ำที่สุด ร้อยละ 0.12 ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังต่อระบบสุขภาพที่ดีและสามารถเข้าถึงได้ทุกคน และสะท้อนถึงความต้องการให้การมีครอบครัวและการดูแลลูกเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายและมีการสนับสนุนจากสังคม

ข้อเสนอจากผลสำรวจ

        จากผลอนามัยโพล มีข้อเสนอให้กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์  ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง นำผลอนามัยโพลไปใช้ประกอบการสื่อสารและวางแผนเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์และการเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร ให้สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการสุขภาพ การสนับสนุนสวัสดิการครอบครัว และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีครอบครัวและการดูแลลูก ดังนี้

1.ใช้ข้อมูลประกอบการวางแผน เพื่อส่งเสริมการ พัฒนาบริการสุขภาพ ที่เข้าถึงได้ง่าย และให้ความสำคัญกับ การดูแลสุขภาพครอบครัว และการเตรียมความพร้อมก่อนการมีบุตร  ดังนี้

  • ตามที่ผลอนามัยโพล แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบต้องการให้สังคมไทยให้ความสำคัญกับ บริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่าย (ร้อยละ 37.5) ดังนั้น จึงควรใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนเกี่ยวกับการพัฒนาบริการสุขภาพที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์และการเตรียมความพร้อมก่อนการมีบุตร
  • การส่งเสริมสวัสดิการด้านครอบครัวและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีครอบครัว โดยเน้นการพัฒนาที่ตอบบความต้องการของประชาชน ได้แก่ สวัสดิการด้านครอบครัวและการมีลูก (ร้อยละ 25.1) และ งานหรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการมีครอบครัว (ร้อยละ 23.8) จะช่วยส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการสร้างครอบครัวและการมีบุตรในปัจจุบัน

2.การนำผลอนามัยโพลไปใช้ในการออกแบบ แคมเปญสื่อสาร ที่สามารถสร้างความตระหนักรู้และเพิ่มพูนความเข้าใจเกี่ยวกับ

  • การสื่อสารสร้างความเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในเรื่องการมีบุตร ตามที่ผลอนามัยโพลที่พบว่า เงินหรือความมั่นคงทางการเงิน (ร้อยละ 30.0) เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจมีลูก จึงควรมีการสื่อสารสารที่แสดงถึงความจำเป็นในการพัฒนาสวัสดิการและแผนการสนับสนุนด้านการเงินเพื่อให้การมีลูกเป็นไปได้ง่ายขึ้น 
  • การสื่อสารสร้างความเข้าใจในความหมายของครอบครัว ตามที่ผลอนามัยโพล พบว่า การมีคู่ที่เข้าใจกัน เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการมองครอบครัว (ร้อยละ 39.4) ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของครอบครัวในสังคมไทยและส่งเสริมการสนับสนุนในครอบครัวทั้งในกลุ่มที่มีลูกและกลุ่มที่ยังไม่ได้มีลูก

ส่วนที่ 1 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีคู่และแนวคิดการมีลูกในยุคปัจจุบัน 

1. ตอนนี้คุณอยู่ในสถานะไหน

    ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่อยู่ในสถานะ โสด คิดเป็นร้อยละ 39.40 รองลงมาคือ แต่งงานหรืออยู่ด้วยกัน คิดเป็นร้อยละ 38.45 และสถานะมีคู่ คิดเป็นร้อยละ 15.83 ตามลำดับ ในขณะที่สถานะแยกทาง ร้อยละ 4.17 และหม้าย ร้อยละ 2.14 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ตอนนี้คุณอยู่ในสถานะไหน

อันดับ

ประเด็นคำตอบ

จำนวน (คน)

ร้อยละ

1

โสด

331

39.40

2

แต่งงาน หรืออยู่ด้วยกัน

323

38.45

3

มีคู่

133

15.83

4

แยกทาง

35

4.17

5

หม้าย

18

2.14

2. สำหรับคุณ "ครอบครัว" คืออะไร

     ผู้ตอบส่วนใหญ่ เลือกให้ความหมายคำว่า “ครอบครัว” หมายถึง การมีคู่ที่เข้าใจกันมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 39.40 รองลงมาคือ การมีลูกและเติบโตไปด้วยกัน ร้อยละ 27.14 และการดูแลพ่อแม่หรือครอบครัวเดิมร้อยละ 24.76 ตามลำดับ ขณะที่มีผู้ระบุว่า อยู่กับคู่โดยไม่จำเป็นต้องมีลูก ร้อยละ 7.74 รายละเอียดดังตารางที่ 2

 ตารางที่ 2 สำหรับคุณ "ครอบครัว" คืออะไร

อันดับ

ประเด็นคำตอบ

จำนวน

ร้อยละ

1

มีคู่ที่เข้าใจกัน

331

39.40

2

มีลูกและเติบโตไปด้วยกัน

228

27.14

3

ดูแลพ่อแม่/ครอบครัวเดิม

208

24.76

4

อยู่กับคู่โดยไม่จำเป็นต้องมีลูก

65

7.74

5

อื่นๆ

5

0.60

6

ยังไม่แน่ใจ

3

0.36

3. คุณอยากมีลูกไหม?  

    ผู้ตอบส่วนใหญ่ มีลูกแล้ว ร้อยละ 40.71 รองลงมาคือ ไม่อยากมีลูก ร้อยละ 23.81 ตามด้วยกลุ่มที่ยังไม่อยากมีลูกในขณะนี้ ร้อยละ 15.95 และกลุ่มที่อยากมีลูก ร้อยละ 13.81 ขณะที่กลุ่มที่ยังคิดอยู่หรือไม่แน่ใจ มีสัดส่วนต่ำที่สุด คิดเป็นร้อยละ 5.71 ตามลำดับรายละเอียดดังตาราง 3

ตารางที่ 3 คุณอยากมีลูกไหม?

อันดับ

ประเด็นคำตอบ

จำนวน

ร้อยละ

1

มีแล้ว

342

40.71

2

ไม่อยากมี

200

23.81

3

ยังไม่อยากมีตอนนี้

134

15.95

4

อยากมี

116

13.81

5

ยังคิดอยู่ / ไม่แน่ใจ

48

5.71

4. ปัจจัยอะไรสำคัญที่สุดต่อการสร้างครอบครัว/มีลูก

      ผู้ตอบให้ความสำคัญกับ เงินหรือความมั่นคงทางการเงินมากที่สุด ร้อยละ 30.00 รองลงมาคือ งานและเป้าหมายชีวิต ร้อยละ 28.45 และสุขภาพ ร้อยละ 22.02 ตามลำดับ ขณะที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของความรัก มีเพียงร้อยละ 15.95 และการสนับสนุนจากสังคม ร้อยละ 3.57 รายละเอียดดังตารางที่ 4

ตารางที่ 4 อะไรสำคัญที่สุดต่อการสร้างครอบครัว/มีลูก

อันดับ

ประเด็นคำตอบ

จำนวน

ร้อยละ

1

เงิน

252

30.00

2

งานและเป้าหมายชีวิต

239

28.45

3

สุขภาพ

185

22.02

4

ความมั่นคงของความรัก

134

15.95

5

การสนับสนุนจากสังคม

30

3.57

 5. วันวาเลนไทน์นี้ คุณอยากให้สังคมไทยช่วยเรื่องใดมากที่สุด

    ผู้ตอบส่วนใหญ่ ระบุว่าอยากให้สังคมไทยให้การสนับสนุนด้านบริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่ายมากที่สุด ร้อยละ 37.50 รองลงมาคือ สวัสดิการด้านครอบครัวและการมีลูก ร้อยละ 25.12 และงานหรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการมีครอบครัว ร้อยละ 23.81 ตามลำดับ ขณะที่การยอมรับความหลากหลายของรูปแบบครอบครัว มีร้อยละ 13.45 และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต มีสัดส่วนต่ำที่สุด ร้อยละ 0.12 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 5

ตารางที่ 5 วันวาเลนไทน์นี้ คุณอยากให้สังคมไทยช่วยเรื่องใดมากที่สุด

อันดับ

ประเด็นคำตอบ

จำนวน

ร้อยละ

1

บริการสุขภาพที่เข้าถึงง่าย

315

37.50

2

สวัสดิการครอบครัว/มีลูก

211

25.12

3

งานที่เอื้อต่อการมีครอบครัว

200

23.81

4

การยอมรับความหลากหลายของครอบครัว

113

13.45

5

การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต

1

0.12

ส่วนที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสำรวจ

     ผู้ตอบแบบสำรวจ 840 คน ส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง ร้อยละ 80.12 มีอายุอยู่ในช่วง 45-59 ปี ร้อยละ 37.62 รองลงมาคือ 25-44 ปี ร้อยละ 29.40 มีอาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจ/พนักงานของรัฐ/ลูกจ้างรัฐ ร้อยละ 26.67 รองลงมาคือ แม่บ้าน/พ่อบ้าน ร้อยละ 17.02 และธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย/อาชีพอิสระ ร้อยละ 10.60 ตามลำดับ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบล ร้อยละ 35.48 รองลงมาคือ เขตการปกครองรูปแบบพิเศษ (กทม./พัทยา) ร้อยละ 22.62 และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร้อยละ 22.38 ตามลำดับ (ดังตารางที่ 6)

ตารางที่ 6 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสำรวจ

ข้อมูลทั่วไป

จำนวนผู้ตอบ

ร้อยละ

เพศ

หญิง     

673

80.12

ชาย

160

19.05

LGBTQIAN+

7

0.83

อายุ

15 - 24 ปี          

67

7.98

25 - 44 ปี          

247

29.40

45 - 59 ปี          

316

37.62

60 ปี ขึ้นไป         

210

25.00

อาชีพ

รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ/พนักงานของรัฐ/ลูกจ้างรัฐ

224

26.67

แม่บ้าน/พ่อบ้าน

143

17.02

พนักงานบริษัทเอกชน/ลูกจ้างเอกชน

41

4.88

ธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย/อาชีพอิสระ

89

10.60

รับจ้างทั่วไป

61

7.26

ว่างงาน/ระหว่างรองาน

70

8.33

อสม.

77

9.17

เกษตรกร

40

4.76

เกษียณราชการ

47

5.60

นักเรียน/ นักศึกษา

48

5.71

เขตการปกครอง

 

 

เทศบาลตำบล

298

35.48

เขตการปกครองรูปแบบพิเศษ (กทม./พัทยา)

190

22.62

องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

188

22.38

เทศบาลเมือง

131

15.60

เทศบาลนคร

33

3.93

 

โดย คณะทำงานขับเคลื่อนอนามัยโพล ปีงบประมาณ 2569

สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์

กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย

2 กุมภาพันธ์ 2569

 

 

  Writer
 
  ภัทราภรณ์ พวงศรี

 

  Editor
 
  สุนิษา มะลิวัลย์

 

  Executive Editor
 
  เบญจวรรณ ธวัชสุภา

 

  Graphic & Content Creater
 
  วิษณุ ศรีวิไล
 

มนุษย์ผู้เชื่อวันพีซมีจริง

 

ไฟล์ที่เกี่ยวข้อง

สรุปอนามัยโพล มีคู่มีลูก 2-2-69.pdf
ขนาดไฟล์ 235KB
ดาวน์โหลด 7 ครั้ง
ดาวน์โหลด
แจ้งไฟล์เสีย

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย
เรามีสาระสุขภาพดีๆ
ส่งตรงถึงคุณ
ทุกวัน