App.skipToContent

คุณกำลังมองหาอะไร?

ใช้

ใช้ชีวิตยังไง ในยามยากลำบาก | ผลสำรวจอนามัยโพล กรกฎาคม 2569

กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ

31.07.2569
225
3
แชร์
31
กรกฎาคม
2569

กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ

กรมอนามัยได้สำรวจอนามัยโพล เรื่อง “ใช้ชีวิตยังไง ในยามยากลำบาก” โดยสำรวจระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2569  มีผู้ตอบรวมทั้งสิ้น 941 คน พบว่าประเด็นสถานการณ์ที่กระทบการกินหรือการซื้ออาหารมากที่สุด คือ ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ร้อยละ 46.23 เงินเฟ้อและค่าครองชีพเพิ่ม ร้อยละ 30.29 และตอบว่าไม่ได้รับผลกระทบ ร้อยละ 7.01 ตามลำดับ และสาเหตุที่ทำให้กินอาหารที่มีประโยชน์ได้ยากขึ้น ได้แก่ ราคาแพง ร้อยละ 63.76 รายได้ลด ร้อยละ 36.66 และระบุว่าไม่พบปัญหา ร้อยละ 24.44 ตามลำดับ 

เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงด้านการกินอาหารของประชาชน พบว่า ประเด็นการเปลี่ยนแปลงด้านการกินอาหารของประชาชน ที่ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทาง กินน้อยลง” 3 อันดับแรก คือ ขนมคบเคี้ยว ขนมหวาน ไอศกรีม ร้อยละ 47.29 อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป ร้อยละ 46.12 และเครื่องดื่มรสหวาน ร้อยละ 43.36 ตามลำดับ 

สำหรับด้านการปรับตัวเรื่องการกิน พบว่า มีวิธีการปรับตัวที่มากที่สุด อันดับแรก คือ เลือกซื้ออาหารที่ราคาถูกลงหรือซื้อช่วงลดราคา ร้อยละ 64.82 ทำอาหารกินเองมากขึ้น ร้อยละ 37.51 และปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง ร้อยละ 33.58 ตามลำดับ 

 

ข้อเสนอ

จากผลสำรวจอนามัยโพลเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารและผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น เห็นควรเสนอแนวทางการดำเนินงานต่อกรมอนามัย สำนักโภชนาการ และกองส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ดังนี้ 

1. การนำผลสำรวจไปใช้ในการกำหนดนโยบายและแผนงานด้านโภชนาการ ควรนำผลอนามัยโพลไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและวางแผนการส่งเสริมโภชนาการของประชาชนโดยเฉพาะในบริบทที่ค่าครองชีพสูงขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพของประชาชน จึงควรมีมาตรการสนับสนุนการเข้าถึงอาหารที่คนกินมากขึ้นและเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในราคาที่เหมาะสม เช่น การสนับสนุนการปลูกผักบริโภคในครัวเรือน การพัฒนาอาหารสุขภาพราคาประหยัด การส่งเสริมตลาดอาหารชุมชน และการจัดทำแนวทางเมนูอาหารที่เหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ 

2. การพัฒนาการสื่อสารและการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ควรนำข้อมูลด้านรายได้ที่ลดลงและราคาสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นมาใช้ในการออกแบบการสื่อสารด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเน้นแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริง เช่น จัดทำชุดความรู้ “กินดีในงบจำกัด” ที่นำไปใช้ได้จริง เช่น เมนูประหยัดตามหลักโภชนาการ แหล่งโปรตีนทางเลือก การวางแผนซื้อ–ปรุงอาหาร และการเลือกอาหารสำเร็จรูปโดยลดหวาน มัน เค็ม 

 

ส่วนที่ 1 ผลกระทบของสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้นต่อการกิน การซื้ออาหาร 

1.1 ใน 1 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ใดกระทบการกินหรือการซื้ออาหารของท่านมากที่สุด 

ผู้ตอบแบบสำรวจให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กระทบการกินหรือการซื้ออาหารมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ร้อยละ 46.23 รองลงมาคือ เงินเฟ้อและค่าครองชีพเพิ่ม ร้อยละ 30.29 และตอบว่าไม่ได้รับผลกระทบ ร้อยละ 7.01 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 1 

ตารางที่ 1 แสดงสถานการณ์ที่กระทบการกินหรือการซื้ออาหาร 

อันดับ 

สถานการณ์ที่กระทบการกินหรือการซื้ออาหาร 

จำนวน (คน) 

ร้อยละ 

1 

ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่สูงขึ้น 

435 

46.23 

2 

เงินเฟ้อและค่าครองชีพเพิ่ม 

285 

30.29 

3 

ไม่ได้รับผลกระทบ 

66 

7.01 

4 

วิกฤตฝุ่น PM2.5 

45 

4.78 

5 

ความขัดแย้งของโลก/สงคราม 

33 

3.51 

6 

การปิดตัวลงของร้านค้าขนาดเล็ก 

24 

2.55 

7 

น้ำท่วมในพื้นที่เกษตร 

24 

2.55 

8 

ภัยแล้งและสภาพอากาศร้อน 

21 

2.23 

9 

การปรับขึ้นภาษีน้ำตาล 

8 

0.85 

 

1.2 ในสถานการณ์ดังกล่าว อาหารกลุ่มใดที่ท่านหาซื้อยากหรือซื้อได้น้อยลง 
ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ ระบุว่าไม่พบปัญหาในการหาซื้ออาหารได้ยากหรือได้น้อยลง ร้อยละ 35.92 ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าอาหารที่หาซื้ออาหารได้ยากหรือได้น้อยลง ได้แก่ เนื้อสัตว์ อยู่ที่ร้อยละ 29.76 น้ำมันประกอบอาหาร อยู่ที่ร้อยละ 26.35 และไข่ ที่ร้อยละ 21.15 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 2 

ตารางที่ 2 แสดงกลุ่มอาหารที่หาซื้อยากหรือซื้อได้น้อยลง 

อันดับ 

กลุ่มอาหาร 

จำนวน (คน) 

ร้อยละ 

1 

ไม่พบปัญหา 

338 

35.92 

2 

เนื้อสัตว์ 

240 

29.76 

3 

น้ำมันประกอบอาหาร 

248 

26.35 

4 

ไข่ 

199 

21.15 

5 

6 

อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารแปรรูป 

ผลไม้ 

146 

114 

15.52 

12.11 

7 

8 

นม และผลิตภัณฑ์จากนม 

ข้าว แป้ง หรือเส้นต่าง ๆ 

106 

100 

11.26 

10.63 

9 

ผัก 

92 

9.78 

10 

ถั่ว 

25 

2.66 

 

1.3 สาเหตุใดทำให้ท่านกินอาหารที่มีประโยชน์ได้ยากขึ้น 

ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ ระบุว่าสาเหตุใดทำให้กินอาหารที่มีประโยชน์ได้ยากขึ้น มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อาหารราคาแพง ร้อยละ 63.7รองลงมาคือ รายได้ลด ร้อยละ 36.66 และระบุว่าไม่พบปัญหา ร้อยละ 24.44 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 3 

ตารางที่ 3 แสดงสาเหตุใดทำให้กินอาหารที่มีประโยชน์ได้ยากขึ้น 

อันดับ 

สาเหตุ 

จำนวน (คน) 

ร้อยละ 

1 

ราคาแพง 

600 

63.76 

2 

รายได้ลด 

345 

36.66 

3 

ไม่พบปัญหา 

230 

24.44 

4 

หาซื้อยาก 

162 

17.22 

5 

6 

ไปซื้อยาก 

ทำอาหารไม่เป็น 

149 

95 

15.83 

10.10 

7 

ไม่ทำอาหาร 

72 

7.65 

 

1.4 ในสถานการณ์ดังกล่าว การกินอาหารเปลี่ยนไปอย่างไร 

จากการสำรวจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านการกินอาหารของประชาชน จำนวน ข้อคำถาม โดยแต่ละคำถามให้ผู้ตอบเลือกตอบตามระดับการเปลี่ยนแปลง แบ่งเป็น ระดับ ได้แก่ น้อยลง เท่าเดิม มากขึ้น และไม่กิน ตามลำดับ (รายละเอียดดังตารางที่ 4) พบว่า ประเด็นการเปลี่ยนแปลงด้านการกินอาหารของประชาชนที่ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทาง “กินน้อยลง” 3 อันดับแรก คือ ขนมคบเคี้ยว ขนมหวาน ไอศกรีม ร้อยละ 47.29 อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป ร้อยละ 46.12 และเครื่องดื่มรสหวาน ร้อยละ 43.36 ตามลำดับ 

ตารางที่ 4 แสดงการเปลี่ยนแปลงด้านการกินอาหารของประชาชน 

การเปลี่ยนแปลงด้านการกินอาหาร 

ร้อยละการเปลี่ยนแปลง 

น้อยลง 

เท่าเดิม 

มากขึ้น 

ไม่กิน 

ขนมคบเคี้ยว ขนมหวาน ไอศกรีม 

47.29 

37.73 

8.29 

6.70 

อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแปรรูป 

46.12 

35.18 

12.75 

5.95 

เครื่องดื่มรสหวาน 

43.36 

42.19 

8.40 

6.06 

น้ำมันประกอบทำอาหาร 

39.85 

41.23 

8.50 

10.41 

นมและผลิตภัณฑ์จากนม 

36.77 

51.01 

11.05 

1.17 

ผลไม้ 

31.35 

57.28 

10.52 

0.85 

เนื้อสัตว์ ไข่ หรือถั่วต่าง ๆ 

31.24 

57.70 

10.73 

0.32 

ข้าว แป้ง หรือเส้นต่าง ๆ 

28.91 

62.59 

8.08 

0.43 

ผัก 

23.27 

57.39 

17.64 

1.70 

 

1.5 ปรับตัวเรื่องการกินอย่างไร  

พฤติกรรมเรื่องการกินที่ผู้ตอบแบบสำรวจมีการปรับตัวมากที่สุด อันดับแรก คือ เลือกซื้ออาหารที่ราคาถูกลง หรือซื้อช่วงลดราคา ร้อยละ 64.82 ทำอาหารกินเองมากขึ้น ร้อยละ 37.51 และปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง ร้อยละ 33.58 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่  

ตารางที่ แสดงการปรับตัวเรื่องการกิน 

อันดับ 

การปรับตัวเรื่องการกิน 

ร้อยละการปรับตัว 

1 

เลือกซื้ออาหารที่ราคาถูกลง หรือซื้อช่วงลดราคา 

64.82 

2 

ทำอาหารกินเองมากขึ้น 

37.51 

3 

ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง 

33.58 

4 

ลดจำนวนมื้ออาหาร หรือกินน้อยลง 

32.83 

5 

ลดการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน 

25.71 

6 

ซื้ออาหารครั้งละมากขึ้นเพื่อเก็บไว้ 

18.49 

 

ส่วนที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสำรวจ 

ผู้ตอบส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 78.64 รองลงมาคือเพศชาย ร้อยละ 22.30 เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 45-59 ปี ร้อยละ 37.89 รองลงมาคือกลุ่มอายุ 25-44 ปี ร้อยละ 31.23 และกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 30.51 ตามลำดับ ในด้านระดับการศึกษา ส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 56.11 รองลงมาคือระดับมัธยมปลาย /ปวช. และระดับสูงกว่าปริญญาตรี เท่ากันที่ร้อยละ 12.54 ตามลำดับ 

ผู้ตอบส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจ/พนักงานของรัฐ/ลูกจ้างรัฐ ร้อยละ 24.02 รองลงมาคือแม่บ้าน/พ่อบ้าน ร้อยละ 20.94 และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.ร้อยละ 14.98 ตามลำดับ เมื่อจำแนกตามลักษณะพื้นที่อยู่อาศัย พบว่า ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตำบล ร้อยละ 35.39 รองลงมาคือเขตการปกครองรูปแบบพิเศษ (กทม./พัทยา) ร้อยละ 31.67 และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร้อยละ 14.45 ตามลำดับ 

ตารางที่ 6 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสำรวจ 

ข้อมูลทั่วไป 

จำนวน (คน) 

ร้อยละ 

เพศ 

 

 

หญิง 

740 

78.64 

ชาย 

191 

20.30 

LGBTQIAN+ 

10 

1.06 

ช่วงอายุ 

 

 

15-24 ปี 

3 

0.24 

25-44 ปี 

258 

31.23 

45-59 ปี 

313 

37.89 

60 ปีขึ้นไป 

252 

30.51 

อาชีพ 

 

 

รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ/พนักงานของรัฐ/ลูกจ้างรัฐ 

228 

24.23 

แม่บ้าน/พ่อบ้าน 

197 

20.94 

อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 

141 

14.98 

ธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย/อาชีพอิสระ 

136 

14.45 

ว่างงาน/ระหว่างรองาน 

73 

7.76 

พนักงานบริษัทเอกชน/ลูกจ้างเอกชน 

53 

5.63 

รับจ้างทั่วไป 

44 

4.68 

เกษียณราชการ/ข้าราชการบำนาญ 

40 

4.25 

เกษตรกร 

28 

2.98 

นักเรียน/นักศึกษา 

1 

0.11 

เขตการปกครอง 

 

 

เทศบาลตำบล 

333 

35.39 

เขตการปกครองรูปแบบพิเศษ (กทม./พัทยา) 

298 

31.67 

องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 

136 

14.45 

เทศบาลเมือง 

135 

14.35 

เทศบาลนคร 

39 

4.14 

ระดับการศึกษา 

 

 

ประถมศึกษา 

54 

5.74 

มัธยมศึกษาต้น 

80 

8.50 

มัธยมศึกษาปลาย/ปวช. 

118 

12.54 

อนุปริญญา/ปวส. 

43 

4.57 

ปริญญาตรี 

528 

56.11 

สูงกว่าปริญญาตรี 

118 

12.54 

 

โดย คณะทำงานขับเคลื่อนอนามัยโพล 

สำนักโภชนาการ 

กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ 

31 กรกฎาคม 2569 

 

 

 

  Writer
 
  นปภัช ธรรมบำรุง

 

  Editor
 
  สุนิษา มะลิวัลย์

 

  Content Creater & Graphic
 
  วิษณุ ศรีวิไล
 

มนุษย์ผู้เชื่อวันพีซมีจริง

 

  Coordinator
 
  ชวิศา แก้วสอน

 

  Executive Editor
 
  เบญจวรรณ ธวัชสุภา

 

ไฟล์ที่เกี่ยวข้อง

สรุปผลอนามัยโพล เรื่อง “ใช้ชีวิตยังไง ในยามยากลำบาก”
ขนาดไฟล์ 142KB
ดาวน์โหลด 16 ครั้ง
ดาวน์โหลด
แจ้งไฟล์เสีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย
เรามีสาระสุขภาพดีๆ
ส่งตรงถึงคุณ
ทุกวัน