คุณกำลังมองหาอะไร?

ส้

ส้วมสาธารณะ และสิ่งปฏิกูลในครัวเรือน | ผลสำรวจอนามัยโพล

กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ

01.10.2568
1171
1
แชร์
01
ตุลาคม
2568

ภัทราภรณ์ พวงศรี

 

      19 พ.ย. 68 นี้เป็นวันส้วมโลก (World Toilet Day) กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพร่วมกับสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้บริการส้วมสาธารณะและการจัดการสิ่งปฏิกูลในครัวเรือน ด้วยเครื่องมือ “อนามัยโพล” ระหว่างวันที่ 1–31 ตุลาคม 2568 มีผู้ตอบรวมจำนวน 801 คน สรุปผลการสำรวจที่สำคัญ ดังนี้

      ส้วมสาธารณะที่ประชาชนใช้บริการบ่อยที่สุด ได้แก่ ส้วมในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 75.8 รองลงมา คือ ห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 52.1 และสถานที่ทำงาน ร้อยละ 44.3 ตามลำดับ ในขณะที่ส้วมสาธารณะที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด คือ ส้วมในตลาดสด ร้อยละ 48.9 ส้วมริมทาง ร้อยละ 35.1 และส้วมในแหล่งท่องเที่ยว ร้อยละ 33.9 โดยปัญหาที่พบบ่อยคือ กลิ่นเหม็น ร้อยละ 79.6 ส้วมไม่สะอาด ร้อยละ 73.8 และไม่มีกระดาษชำระ ร้อยละ 35.7 ตามลำดับ ในด้านความปลอดภัยของส้วมสาธารณะ ส่วนใหญ่ตอบว่า “รู้สึกปลอดภัย แต่ยังมีข้อกังวล” ร้อยละ 73.6 โดยประเด็นที่กังวลมากที่สุด คือ กลอนประตูไม่แน่นหนา พื้นลื่น/น้ำขังกลัวหกล้ม และมีผู้ที่ตอบว่า “รู้สึกไม่ปลอดภัย” ร้อยละ 18.3 โดยให้เหตุผลว่า ส้วมเปลี่ยวไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล แสงสว่างไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม มีผู้ที่ตอบว่า “รู้สึกปลอดภัยมาก ใช้บริการได้ไม่กังวล” เพียงร้อยละ 4.6 และไม่แน่ใจ ร้อยละ 3.5 ตามลำดับ เมื่อถามถึงพฤติกรรมสุขอนามัยเมื่อใช้บริการส้วมสาธารณะ ส่วนใหญ่กดชักโครกทุกครั้งหลังใช้ส้วม ร้อยละ 88.8 รองลงมาคือ ล้างมือทุกครั้งหลังใช้ส้วม ร้อยละ 87.0 และเช็ดที่รองก่อนนั่ง ร้อยละ 78.5 ตามลำดับ

      สำหรับห้องส้วมไม่แบ่งเพศในที่สาธารณะ มีผู้ที่ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 46.4 ในขณะที่เห็นด้วยหากจัดแยกให้ชัดเจนและปลอดภัย ร้อยละ 32.6 และเห็นด้วยอย่างยิ่ง ร้อยละ 17.2 เมื่อถามถึงในมิติการท่องเที่ยว มีผู้ที่มีความเห็นว่าห้องส้วมแบบไม่แบ่งเพศ ไม่ใช่จุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ร้อยละ 49.6 ในขณะที่มีความเห็นว่าสามารถเป็นจุดดึงดูดได้ ร้อยละ 31.3 และ ยังไม่แน่ใจร้อยละ 19.1

      การจัดการสิ่งปฏิกูลในครัวเรือน พบว่าส่วนใหญ่สูบสิ่งปฏิกูลปีละ 1–2 ครั้ง ร้อยละ 49.3 รองลงมาคือ นานมากจนจำไม่ได้ ร้อยละ 26.8 และไม่เคยสูบเลย ร้อยละ 11.7 โดยผู้ตอบให้ความคิดเห็นว่าสิ่งปฏิกูลที่สูบจากบ้านเรือน ถูกนำไปจัดการโดยนำไปกำจัดที่บ่อบำบัด ร้อยละ 50.4 รองลงมาคือ ไม่ทราบ ร้อยละ 35.2 นำไปทิ้งเป็นปุ๋ยในสวน/ไร่นาโดยตรง ร้อยละ 12.2 และนำไปทิ้งแหล่งน้ำ คูคลอง พื้นที่รกร้าง ร้อยละ 2.12 เมื่อถามถึงความคิดเห็นว่าสิ่งปฏิกูลที่สูบจากบ้านเรือนแล้ว ถูกนำไปทิ้งโดยไม่ผ่านการบำบัดจะส่งผลกระทบต่ออะไรมากที่สุด ส่วนใหญ่ตอบว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพเนื่องจากเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค ร้อยละ 93.6 ส่งผลกระทบเรื่องปัญหากลิ่นเหม็นในชุมชน ร้อยละ 83.2 และส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเกิดปัญหาน้ำเสีย ร้อยละ 82.9 ตามลำดับ

 

 ข้อเสนอจากผลการสำรวจ

   ข้อเสนอต่อกรมอนามัย (สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ และศูนย์อนามัย) นำผลอนามัยโพลไปใช้ประโยชน์ ดังนี้  

     1. วางแผนและกำหนดมาตรการเพื่อยกระดับมาตรฐานส้วมสาธารณะ (HAS) โดยเฉพาะส้วมที่พบว่าประชาชนอยากให้ปรับปรุงมากที่สุด คือ ส้วมในตลาดสด ส้วมริมทาง และในแหล่งท่องเที่ยว โดยเน้นจัดการปัญหากลิ่นเหม็น ความสะอาด มีกระดาษชำระ และเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย ได้แก่  มีกลอนประตูที่ใช้งานได้ พื้นไม่ลื่นป้องกันการหกล้ม มีแสงสว่างเพียงพอ มีเจ้าหน้าที่ดูแล รวมถึงขอความร่วมมือสถานประกอบการทุกแห่งร่วมพัฒนาและปรับปรุงส้วมสาธารณะให้ได้มาตรฐาน HAS  เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ และการแข่งขันซีเกมส์ที่จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

     2. กำกับติดตามการจัดการสิ่งปฏิกูลในระดับพื้นที่ เนื่องจากพบผู้ที่ตอบว่า มีการนำสิ่งปฏิกูลไปใช้ในพื้นที่เกษตรโดยตรง และนำไปทิ้งลงแหล่งน้ำ คูคลอง และพื้นที่สาธารณะ จึงควรสนับสนุนให้ อปท.เข้มงวดต่อการจัดการสิ่งปฏิกูลตาม พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฏหมายที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาระบบจัดเก็บ ขนส่งและบำบัดแบบครบวงจรเพื่อลดการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม และคลายความกังวลของประชาชน

     3. สื่อสารสร้างความตระหนักรู้ผ่านกิจกรรมวันส้วมโลก สร้างความเข้าใจให้ประชาชนตระหนักถึงความสะอาดและความปลอดภัยของห้องน้ำห้องส้วม มีพฤติกรรมสุขอนามัยในการใช้ส้วมที่ถูกต้อง ส่งเสริมให้ครัวเรือนและชุมชนมีการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกสุขลักษณะ รวมทั้งสื่อสารให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบของการทิ้งสิ่งปฏิกูลโดยไม่ผ่านการบำบัด

 

       กรมอนามัย โดยกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพร่วมกับสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้บริการส้วมสาธารณะและการจัดการสิ่งปฏิกูลในครัวเรือน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผน นโยบายและยกระดับมาตรฐานส้วมสาธารณะและการจัดการสิ่งปฏิกูลของประเทศ โดยสำรวจระหว่างวันที่ 1 - 31  ตุลาคม 2568  มีผู้ตอบ 801 คน สรุปผลการสำรวจ ดังนี้

ส่วนที่ 1 ความคิดเห็นต่อการใช้บริการส้วมสาธารณะ

1. ท่านใช้บริการส้วมสาธารณะที่ใดบ่อยที่สุด

    จากผลอนามัยโพล พบว่า ส้วมสาธารณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจนิยมใช้บริการบ่อยที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 75.78 รองลงมาคือ ในห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า ร้อยละ 52.06 และในสถานที่ทำงาน ร้อยละ 44.32 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ท่านใช้บริการส้วมสาธารณะที่ใดบ่อยที่สุด

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง       

607

75.78

2

ห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า

417

52.06

3

สถานที่ทำงาน

355

44.32

4

ร้านจำหน่ายอาหาร

227

28.34

5

แหล่งท่องเที่ยว

219

27.34

6

โรงพยาบาล

177

22.10

7

สถานที่ราชการ

160

19.98

8

สวนสาธารณะ

50

6.24

9

สนามบิน

46

5.74

10

ศาสนสถาน(วัด /โบสถ์/มัสยิด)    

42

5.24

11

โรงเรียน

30

3.75

12

ตลาดสด

24

3.00

13

สถานีขนส่งทางบก

17

2.12

14

ส้วมริมทางสาธารณะ

14

1.75

15

สถานีรถไฟ

11

1.37

 

2. ท่านคิดว่าส้วมสาธารณะที่ใด สมควรได้รับการปรับปรุงมากที่สุด

     ผลอนามัยโพล พบว่า ส้วมสาธารณะที่ผู้ตอบส่วนใหญ่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ส้วมสาธารณะในตลาดสด    ร้อยละ 48.94 รองลงมาคือ ส้วมริมทางสาธารณะ ร้อยละ 35.08 และส้วมในแหล่งท่องเที่ยว ร้อยละ 33.96 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 2

ตารางที่ 2 ท่านคิดว่าส้วมสาธารณะที่ใด สมควรได้รับการปรับปรุงมากที่สุด

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

ตลาดสด

392

48.94

2

ส้วมริมทางสาธารณะ

281

35.08

3

แหล่งท่องเที่ยว

272

33.96

4

สวนสาธารณะ

270

33.71

5

ศาสนสถาน (วัด/โบสถ์/มัสยิด)

232

28.96

6

สถานีขนส่งทางบก

158

19.73

7

โรงเรียน

152

18.98

8

โรงพยาบาล

138

17.23

9

สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

135

16.85

10

ร้านจำหน่ายอาหาร

134

16.73

11

สถานีรถไฟ

101

12.61

12

สถานที่ราชการ

70

8.74

13

สถานที่ทำงาน

32

4.00

14

ห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า

27

3.37

15

สนามบิน

6

0.75

 

3. ท่านเคยประสบปัญหาในการใช้งานส้วมสาธารณะในเรื่องใดมากที่สุด

    ผลอนามัยโพล พบว่า ปัญหาการใช้งานส้วมสาธารณะที่พบบ่อยมากที่สุด คือ กลิ่นเหม็น/การระบายอากาศไม่ดี ร้อยละ 79.65 รอง    ลงมาคือ ส้วมไม่สะอาด ร้อยละ 73.78 และห้องส้วมไม่มีกระดาษชำระให้บริการ ร้อยละ 35.71  ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 3

ตารางที่ 3 ท่านเคยประสบปัญหาในการใช้งานส้วมสาธารณะในเรื่องใดมากที่สุด

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

กลิ่นเหม็น/การระบายอากาศไม่ดี  

638

79.65

2

ไม่สะอาด

591

73.78

3

ไม่มีกระดาษชำระให้บริการ       

286

35.71

4

ไม่มีน้ำชำระล้างที่สะอาด

254

31.71

5

กลอนประตู/ที่ปิดล็อกชำรุด

237

29.59

6

ไม่มีสบู่สำหรับล้างมือ

158

19.73

7

ไม่มีที่แขวนหรือที่วางสัมภาระ          

133

16.60

8

ที่จับสายฉีดชำระสกปรก

122

15.23

9

จำนวนห้องส้วมไม่เพียงพอ

109

13.61

10

ไม่ปลอดภัย

105

13.11

11

ไม่มีโถส้วมแบบนั่งราบ/ชักโครก 

90

11.24

12

แสงสว่างไม่เพียงพอ

76

9.49

13

พื้นลื่น

55

6.87

14

ไม่มีห้องส้วมผู้พิการ คนชรา

51

6.37

15

ไม่มีอ่างล้างมือ/ไม่มีน้ำล้างมือ

46

5.74

 

4. ท่านคิดว่า “ความปลอดภัย” ในการใช้ส้วมสาธารณะในประเทศไทยโดยรวม อยู่ในระดับใด

      ผู้ตอบส่วนใหญ่ มีความเห็นว่าส้วมสาธารณะ “ปลอดภัยแต่ยังมีข้อกังวล” ร้อยละ 73.53 รองลงมาคือ “ไม่ปลอดภัย” ร้อยละ 18.35 ในขณะที่มีความเห็นว่า “ปลอดภัยมาก ใช้บริการได้อย่างไม่กังวล” ร้อยละ 4.62 และตอบว่า “ไม่แน่ใจ” ร้อยละ 3.50 รายละเอียดดังตารางที่ 4

ตารางที่ 4 “ความปลอดภัย” ในการใช้ส้วมสาธารณะในประเทศไทยโดยรวม

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

ปลอดภัย แต่ยังมีข้อกังวล        

589

73.53

2

ไม่ปลอดภัย

147

18.35

3

ปลอดภัยมาก ใช้บริการได้อย่างไม่กังวล

37

4.62

4

ไม่แน่ใจ

28

3.50

 

        4.1 ประเด็นของผู้ที่ตอบว่าส้วมสาธารณะ “ปลอดภัย แต่ยังมีข้อกังวล”

               ผู้ที่ตอบว่า “ปลอดภัย แต่ยังมีข้อกังวล” จำนวน 589 คน ระบุว่า ประเด็นที่กังวลมากที่สุด คือ กลอนประตูไม่แน่นหนา/เสี่ยงถูกเปิดเข้ามา ร้อยละ 35.82 รองลงมาคือ พื้นลื่น/น้ำขังเกรงหกล้ม ร้อยละ 27.84 และแสงสว่างไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกลางคืน ร้อยละ 17.83 รายละเอียดดังตารางที่ 5

ตารางที่ 5 ผู้ที่ตอบว่าปลอดภัย แต่ยังมีข้อกังวล

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

กลอนประตูไม่แน่นหนา / เสี่ยงถูกเปิดเข้ามา

211

35.82

2

พื้นลื่น / น้ำขัง เกรงหกล้ม

164

27.84

3

แสงสว่างไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกลางคืน    

105

17.83

4

บริเวณเปลี่ยว ไม่ค่อยมีคน / กังวลถูกลักทรัพย์

84

14.26

5

อื่นๆ เช่น

- ความสะอาด/กลิ่นเหม็น

- การแพร่กระจายของเชื้อโรค

- ไม่มีกระดาษชำระบริการ

25

4.25

 

         4.2 ประเด็นของผู้ที่ตอบว่าส้วมสาธารณะ “ไม่ปลอดภัย”  

               ผู้ที่ตอบว่า “ไม่ปลอดภัย” จำนวน 147 คน ระบุว่า ประเด็นที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยมากที่สุด คือ ส้วมเปลี่ยว ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล/ไม่มีกล้องวงจรปิด ร้อยละ 36.05 รองลงมาคือ แสงสว่างไม่เพียงพอ/ประตูหรือผนังชำรุด มองลอดได้ ร้อยละ 34.01 และเสี่ยงถูกลวนลาม คุกคามหรือพบเจอบุคคลเร่ร่อน ร้อยละ 17.69 รายละเอียดดังตารางที่ 6

ตารางที่ 6 ไม่ปลอดภัย ระบุสิ่งที่รู้สึกไม่ปลอดภัย

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

ส้วมเปลี่ยว ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล / ไม่มีกล้องวงจรปิด

53

36.05

2

แสงสว่างไม่เพียงพอ / ประตูผนังชำรุด มองลอดได้  

50

34.01

3

เสี่ยงถูกลวนลาม คุกคาม หรือเจอบุคคลเร่ร่อน

26

17.69

4

พื้นลื่น น้ำขัง  

11

7.48

5

อื่นๆ เช่น

- ห้องน้ำไม่สะอาดเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรค

- ไม่มีห้องน้ำผู้พิการ/คนชรา

7

4.77

 

5. ท่านเห็นด้วยกับการมี “ห้องส้วมไม่แบ่งเพศ (All-gender toilet)” ในสถานที่สาธารณะหรือไม่

       จากผลอนามัยโพล พบว่า มีผู้ที่ตอบว่า “ไม่เห็นด้วย” กับการจัดให้มีห้องส้วมไม่แบ่งเพศในสถานที่สาธารณะ ร้อยละ 46.44 รองลงมาคือ เห็นด้วยถ้ามีการจัดแยกให้ชัดเจนและปลอดภัย ร้อยละ 32.58 ในขณะที่ เห็นด้วยอย่างยิ่งทุกคนควรมีพื้นที่ปลอดภัย ร้อยละ 17.23 และตอบว่าไม่แน่ใจ ร้อยละ 3.75 รายละเอียดดังตารางที่ 7

ตารางที่ 7 เห็นด้วยกับการมี “ห้องส้วมไม่แบ่งเพศ (All-gender toilet)” ในสถานที่สาธารณะหรือไม่

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

ไม่เห็นด้วย

372

46.44

2

เห็นด้วย ถ้ามีการจัดแยกให้ชัดเจนและปลอดภัย

261

32.58

3

เห็นด้วยอย่างยิ่ง ทุกคนควรมีพื้นที่ปลอดภัย

138

17.23

4

ไม่แน่ใจ

30

3.75

 

6. ท่านคิดว่า “ห้องส้วมไม่แบ่งเพศ (All-gender toilet)” สามารถเป็นจุดเด่นที่ช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย หรือช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือไม่

       จากผลอนามัยโพล พบว่า ส่วนใหญ่มีความเห็นต่อ “ห้องส้วมไม่แบ่งเพศ (All-gender toilet)” ว่าไม่ได้เป็นจุดเด่น/จุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ร้อยละ 49.56 รองลงมา มีความเห็นว่า “สามารถเป็นจุดเด่นหรือจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้” ร้อยละ 31.34 และตอบว่า “ไม่แน่ใจ” ร้อยละ 19.10 รายละเอียดดังตารางที่ 8

ตารางที่ 8 “ห้องส้วมไม่แบ่งเพศ (All-gender Toilet)” สามารถเป็นจุดเด่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หรือไม่

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ

ของคำตอบ

1

ไม่เป็นจุดเด่น/จุดดึงดูดนักท่องเที่ยว

397

49.56

2

สามารถเป็นจุดเด่น/จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้

251

31.34

3

ไม่แน่ใจ

153

19.10

 

7. ท่านปฏิบัติตนอย่างไร เมื่อใช้บริการส้วมสาธารณะ

    จากผลอนามัยโพล พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่มีพฤติกรรมสุขอนามัยที่ดีเมื่อใช้ส้วมสาธารณะ โดยพฤติกรรมที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ กดชักโครกทุกครั้งหลังใช้ส้วม ร้อยละ 88.76 รองลงมาคือ ล้างมือทุกครั้งหลังใช้ส้วม ร้อยละ 87.02 และเช็ดที่รองก่อนนั่งบนโถส้วม (ชักโครก) ร้อยละ 78.53 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 9

ตารางที่ 9 ท่านปฏิบัติตนอย่างไร เมื่อใช้บริการส้วมสาธารณะ

อันดับ

ประเด็น

จำนวนผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

กดชักโครกทุกครั้งหลังใช้ส้วม

711

88.76

2

ล้างมือทุกครั้งหลังใช้ส้วม

697

87.02

3

เช็ดที่รองก่อนนั่งบนโถส้วม (ชักโครก)

629

78.53

4

ปิดฝาโถส้วมทุกครั้งก่อนกดชักโครก

248

30.96

5

นั่งขับถ่ายบนโถส้วมนั่งราบ (ชักโครก) โดยไม่สัมผัสที่รองนั่ง

164

20.47

6

ขึ้นไปเหยียบบนโถส้วมนั่งราบ (ชักโครก)

34

4.24

7

อื่น ๆ

15

1.87

 

8. บ้านเรือน/อาคารของท่านมีการสูบสิ่งปฏิกูลบ่อยมากน้อยแค่ไหน

       จากผลอนามัยโพล พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่า มีการสูบสิ่งปฏิกูลในบ้านเรือนปีละ 1–2 ครั้ง ร้อยละ 49.31 รองลงมาคือ นานมากจนจำไม่ได้ ร้อยละ 26.84 และไม่เคยสูบเลย ร้อยละ 11.74 ตามลำดับ รายละเอียดดังตารางที่ 10

ตารางที่ 10 บ้านเรือน/อาคารของท่านมีการสูบสิ่งปฏิกูลบ่อยมากน้อยแค่ไหน

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

ปีละ 1-2 ครั้ง

395

49.31

2

นานมากจนจำไม่ได้

215

26.84

3

ไม่เคยสูบเลย

94

11.74

4

เดือนละ 1 ครั้ง

59

7.37

5

อื่น ๆ

- ไม่ทราบ อยู่คอนโด

- ไม่แน่ใจ เพราะเป็นถังส่วนรวม

20

2.49

6

สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

18

2.25

 

9. ทราบหรือไม่ว่า สิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือน/อาคาร/ส้วมสาธารณะ ถูกนำไปจัดการอย่างไร

      จากผลอนามัยโพล พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ คิดว่าสิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือน อาคาร ส้วมสาธารณะ ถูกนำไปจัดการที่บ่อบำบัด ร้อยละ 50.44 รองลงมา ระบุว่าไม่ทราบ ร้อยละ 35.21 อย่างไรก็ตาม มีผู้ที่ตอบว่าสิ่งปฏิกูลถูกนำไปใช้เป็นปุ๋ยในสวน/ไร่/นาโดยตรง ร้อยละ 12.23 และนำไปทิ้งลงแหล่งน้ำ/คูคลอง/พื้นที่รกร้าง ร้อยละ 2.12 รายละเอียดดังตารางที่ 11

ตารางที่ 11 ทราบหรือไม่ว่า สิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือน/อาคาร/ส้วมสาธารณะ ถูกนำไปจัดการอย่างไร

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

นำไปจัดการที่บ่อบำบัด

404

50.44

2

ไม่ทราบ

282

35.21

3

นำไปทิ้งเป็นปุ๋ยในสวน ไร่ นาโดยตรง

98

12.23

4

นำไปทิ้งแหล่งน้ำ คู คลอง พื้นที่รกร้าง

17

2.12

 

10. สิ่งปฏิกูลที่สูบจากบ้านเรือน/อาคาร/ส้วมสาธารณะ ที่ถูกนำไปทิ้งโดยไม่ผ่านการบำบัด ส่งผลกระทบอย่างไร

       เมื่อถามเกี่ยวกับความคิดเห็น เรื่องสิ่งปฏิกูลที่สูบจากบ้านเรือน/อาคาร/ส้วมสาธารณะ หากทิ้งโดยไม่ผ่านบำบัด จะส่งผลกระทบสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ ส่งกระทบต่อสุขภาพจากการเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค ถึงร้อยละ 93.63 รองลงมาคือ ปัญหากลิ่นเหม็นรบกวนชุมชน ร้อยละ 83.27 และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดน้ำเสีย ร้อยละ 82.90 รายละเอียดดังตารางที่ 12

ตารางที่ 12 สิ่งปฏิกูลที่สูบจากบ้านเรือน/อาคาร/ส้วมสาธารณะ ที่ถูกนำไปทิ้งโดยไม่ผ่านการบำบัด

 ส่งผลกระทบอย่างไร

อันดับ

ประเด็น

จำนวน
ผู้ตอบ

ร้อยละ
ของคำตอบ

1

ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเนื่องจากเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค

750

93.63

2

ส่งผลกระทบเรื่องปัญหากลิ่นเหม็นต่อชุมชน

667

83.27

3

ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดปัญหาน้ำเสีย

664

82.90

4

ไม่ส่งผลกระทบ

14

1.75

5

อื่น ๆ

5

0.62

 

โดย คณะทำงานขับเคลื่อนอนามัยโพล ปีงบประมาณ 2568

สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ

31 ตุลาคม 2568

 

 

  Writer
  4
  ภัทราภรณ์ พวงศรี
   

 

  Editor
 
  สุนิษา มะลิวัลย์

 

  Executive Editor
 
  เบญจวรรณ ธวัชสุภา

 

   
  Graphic
 
  วิษณุ ศรีวิไล
 

มนุษย์ผู้เชื่อวันพีซมีจริง

ไฟล์ที่เกี่ยวข้อง

สรุปผลอนามัยโพล ส้วมสาธารณะ full 31-10-68.pdf
ขนาดไฟล์ 317KB
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
ดาวน์โหลด
แจ้งไฟล์เสีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย
เรามีสาระสุขภาพดีๆ
ส่งตรงถึงคุณ
ทุกวัน